ความเป็นสมมติเทพ ในพระมหากษัตริย์ไทย
มี งานวิจัยของนักวิชาการชาวต่างชาติชิ้นหนึ่งชื่อ
Peter A. JACKSON กล่าวถึงลักษณะและแนวคิดเกี่ยวกับสมมติเทพ ของพระมหากษัตริย์ไทยในงานสำคัญเรื่อง Markets, media, and magic : Thailand's monarch as a 'virtual deity' โดยงานบางส่วนได้อ้างอิงข้อเขียนของผมในหนังสือพิมพ์ข่าวสดเกี่ยวกับ
"แนวคิดเรื่ององค์พระสยามเทวาธิราช" ด้วย
ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิดเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ของไทยแต่โบราณ จะมีลักษณะเริ่มต้นจากการเป็นผู้นำชุมชน เช่นที่ปรากฏในคัมภีร์อัคคัญญสูตร ต่อมาพัฒนาเป็นธรรมราชาในลักษณะจักรพรรดิราช ก่อนที่จะรับวัฒนธรรมฮินดูผ่านทางขอม กลายเป็นองค์สมมติเทพเต็มรูปแบบ จะเห็นได้จากการเฉลิมพระนามเป็น "รามา" อันเป็นปางอวตารของพระนารายณ์ เมืองหลวงก็ตั้งเป็น"กรุงเทพ (เมืองแห่งเทพเทวา) ทวารวดี (ชื่อเมืองทวารกะของพระกฤษณะปางหนึ่งของพระนารายณ์) ศรีอยุธยา (กรุงอโยธยา
เมืองหลวงของพระ ราม)" การใช้ราชาศัทพ์ การสร้างรูปเคารพของพระองค์ในฐานะเทพเจ้า เป็นต้น ต่อมาเมื่ออิทธิพลตะวันตกเข้ามาในสยามตั้งแตสมัยรัชกาลที่ 4 ประกอบกับพระมหากษัตริย์ทรงใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ทำ ให้ภาพแห่งเทว
ค่อยๆ ลดลง จนเมื่อองค์พระมหากษัตริย์สวรรคต สภาพแห่งเทวะก็หวนคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ผู้คนที่รักใคร่ห่วงหาและต้องการความคุ้มครองเทิดทูนพระองค์ขึ้น เป็นเทพในฐานะผู้ปกปักรักษาคุ้มครอง (Guardian) ทั้งๆ ที่มีทวยเทพประจำหน้าที่อยู่แลอาทิพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง ท้าวจตุโลก บาล เป็นต้น
ค่อยๆ ลดลง จนเมื่อองค์พระมหากษัตริย์สวรรคต สภาพแห่งเทวะก็หวนคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ผู้คนที่รักใคร่ห่วงหาและต้องการความคุ้มครองเทิดทูนพระองค์ขึ้น เป็นเทพในฐานะผู้ปกปักรักษาคุ้มครอง (Guardian) ทั้งๆ ที่มีทวยเทพประจำหน้าที่อยู่แลอาทิพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง ท้าวจตุโลก บาล เป็นต้น
ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดแห่งปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนองค์พระ
มหากษัตริย์ที่เป็นปุถุชน ไปเป็นเทพผู้ทรงฤทธานุภาพ ได้แก่ กรณีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จ พระเจ้า
ตากสินมหาราช สมเด็จพระปิยมหาราช ซึ่งกลายเป็นที่พึ่งในรูปแบบของบุคลาธิษฐานอันอาจประทานสิ่งต่างๆให้สัมฤทธิผลได้ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นไปในทิศทางเดียวกับการเปลี่ยนแปลงอันทันสมัยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีของสังคมไทย ปัจจุบันเท่าใด
เป็นที่น่าแปลกใจว่า สถานภาพขององค์พระมหากษัตริย์ไทยในปัจจุบันนั้น กลับยิ่งมีพลังทางความเชื่อในความเป็นเทพเทวะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีกระบวนการอธิบายด้วยเหตุและปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้องค์กษัตริย์มิใช่เป็น มนุษย์ธรรมดา เช่น กำเนิด การผ่านพิธีเสก เช่น การราชา ภิเษก การอภิเษก ส่วนทางพุทธศาสนาก็มีกระบวนการอธิบายถึงผลบุญที่ทรงประกอบมาแต่อดีตภพ และการเจริญอยู่ในพุทธภาวะ ก็สามารถทำให้พระองค์ท่านกลายเป็นเทพในหัวใจชาวไทยทั้งมวลได้อย่างไม่มี ประเทศใดเสมอเหมือนได้
ตัวอย่าง เรื่องเล่าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวมีมากมาย เช่น การถือว่าเครื่องราชูปโภค เครื่องอุปโภค สิ่งพระราชทานขององค์พระมหากษัตริย์มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนนำผ้าขาวรองไว้ทางลาดพระบาทแล้วนำไปบูชา หนังสือพิมพ์หลายฉบับลงพระบรมฉายาลักษณ์ที่เปลวไฟร้อนแรงมิอาจเผาทำลายได้ หรือเรื่องที่พลทหารผู้หนึ่งออกรบ เมื่อถึงคราวคับขันหาวัตถุมงคลอื่นไม่ได้ก็หยิบเหรียญบาทที่มีพระบรมสาทิส ลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอมไว้ในปาก ด้วยความเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ที่จะคุ้มครอง แล้วพลทหารผู้นี้ก็รอดตายจริงๆ
ปีนี้ วัดตรีทศเทพ ซึ่งเป็นพระอารามหลวงได้จัดสร้างพระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และอัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร. ประดิษฐานภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ทั้งรูปเหรียญ และพระเนื้อผงพุทธคุณ ปรากฏว่าคลื่นมหาชนแห่ทะลักกันจองอย่างเนืองแน่น สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สร้างความฉงนให้กับนักวิชาการชาวต่างชาติ บางท่านก็ติดต่อมาขอให้อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น บางท่านก็ต้องการเข้ามาศึกษาวิจัยโดยปรึกษากันถึงแนวคิดและทฤษฎีที่จะใช้ อธิบายปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดและสำคัญยิ่งนี้
การ อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มิใช่จะสามารถอาศัยแนวคิดหรือทฤษฎีทางตะวันตกได้ หากแต่ต้องอาศัยความลุ่มลึกและความเข้าใจอย่างถึงแก่นแห่งบริบทอันสลับซับ ซ้อนของสังคมไทยอีกด้วยครับผม
ที่มา: คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง โดย ราม วัชรประดิษฐ์
ก็ขอบอกกล่าวกันไว้ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งว่า องค์พระมหากษัตริยาธิราช ย่อมมี เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักคุ้มครอง และเมื่อพระองค์ทรงทุ่มเทพระทัยให้พสกนิกรของพระองค์ ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวลก็จะปกปักรักษาประชาชนของพระองค์ด้วย
สนามพระวิภาวดีฯ 03-04-54 - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ พระพุทธนวราชบพิตร ภปร. วัดตรีทศเทพฯ.
เข้าสนามพระใหม่ที่กำลังขยายตัวกว้างขวาง เพราะคนรู้แล้วว่า เก็บพระดีๆ มีอนาคต พอมี เซียนพระ ออกรายการบ่อยๆ ยิ่งน่าตื่นเต้นกับราคาพระที่แพงๆ คนรุ่นใหม่จึงหันมาสะสม พระเครื่องที่จัด สร้างดีๆ ซึ่งตลาดตอนนี้ที่ไปได้ดีคือ แนวพระเกจิ และ แนวเครื่องรางของขลัง และพระที่ได้รับ พระบรมราชานุญาต.....
รายการแรกขอเสนอความคืบหน้าของรุ่นดัง พระพุทธนวราชบพิตร โดยได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธย ภปร. ของ วัดตรีทศเทพฯ ซึ่งออกตัวปุ๊บก็เกรียวกราว หลายแบบหมดเกลี้ยง เพราะทางวัดอยากให้ ประชาชนชาวพุทธมีโอกาสบูชาพระจัดสร้างดีๆ จึงตั้งราคาเช่าถูกมาก 79 บาทก็มี.....
เมื่อ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้นำพระเข้าพิธี มหาพุทธาภิเษก เรียบร้อยแล้ว โดยมี สมเด็จพระวันรัต วัดบวรฯเชิญไฟพระฤกษ์ พระราชทาน จุดเทียนชัย ท่ามกลางพระเถระพระเกจิ--จึงขอให้ผู้จองไปรับพระได้แล้วทุกวัน ยกเว้นสงกรานต์ 13-15 เม.ย. ขอพระสวดมนต์บ้าง และใครที่ยังไม่ได้บูชา เหรียญและพระพิมพ์ พระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งจะนำเข้าบรรจุกรุไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ในภายภาคหน้า (ถ้าโลกไม่แตกเสียก่อน) บูชาได้ที่วัด 0-2281-3003 สั่งจองทางธนาณัติ 08-9872-2701 ก่อนจะหมดสิทธิ์ เพราะปิดกรุแล้ว.....
ส่วนคนที่อยากร่วม บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล ร่วมยกช่อฟ้าพระอุโบสถ จะได้รับ สุดยอดพระกริ่งวัดตรีทศเทพฯ 2530 พร้อมชุดเหรียญและพระพิมพ์ปี 54 ชุดพิเศษ.....
สำหรับพระที่ยังพอมี คือ พระพิมพ์ เนื้อผงพุทธคุณ ซึ่งพิมพ์ทรงงดงามมาก เนื้อมวลสารศักดิ์สิทธิ์ประกอบด้วยมวลสารจากสมเด็จพระสังฆราชฯ และสมเด็จพระวันรัต ผงวิเศษทั้ง 5 คือ ปถมัง อิทธิเจ ตรีนิสิงเห มหาราช พุทธคุณ ที่ใช้สร้างพระ สมเด็จวัดระฆัง บางขุนพรหม ทองคำเปลวที่ลอกจากพระประธานในพระอุโบสถ ช่อฟ้าและกระเบื้องพระอุโบสถเก่า รวมทั้งเม็ดและชนวนพระกริ่งพระพุทธนวราชบพิตร ปี 2530--ถือว่าเป็นการจัดสร้างที่ยิ่งใหญ่และเจตนางดงามมากของปีนี้.....
ธรรมรงค์ คงวัดใหม่ กับวจี...จะรุ่นไหน วัดใดสร้าง ก็ศักดิ์สิทธิ์
คมชัดลึก : “นายอำเภออาสา” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ภาครัฐมุ่งหวังจะใช้เป็นฟันเฟืองเพื่อเดินหน้างานมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด รวมทั้งหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และนโยบายต่างๆ เข้าสู่พื้นที่ชนิดถึงประตูบ้านของพี่น้องประชาชน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐกับชาวบ้านให้มากที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงการลดช่องว่าง เพื่อไม่ให้แนวร่วมเข้ามาแทรกซึมและก่อเหตุในพื้นที่ได้
“นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่” นายอำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี คือหนึ่งในผลผลิตของกระทรวงมหาดไทย จากโครงการนายอำเภออาสา ที่วันนี้สามารถขับเคลื่อนงานด้านมวลชนจนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้อย่างน่าชมเชย ภายหลังจากการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในอำเภอแห่งนี้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นต้นมา
ก่อนหน้านั้นพื้นที่ อ.ปะนาเระ เป็นจุดหนึ่งที่ปรากฏข่าวคราวความรุนแรงผ่านสื่ออยู่เป็นระยะๆ ดังนั้นการทำงานเพื่อครองใจมวลชน และให้ได้มาซึ่งความร่วมมือจากประชาชนในการผนึกกำลังร่วมกันแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และเดินหน้าสถาปนาสันติสุขให้ยั่งยืนในท้องถิ่นแห่งนี้ จึงไม่ใช่งานที่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับนายอำเภอหนุ่มไฟแรงคนนี้
นายอำเภอธรรมรงค์ บอกว่า การทำงานในพื้นที่ซึ่งมีความแตกต่างทางศาสนา มีความหลากหลายทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และประเพณี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งกาย ใจ และสติปัญญา ดังนั้นเวลาทำงานต้องเป็นคนรู้จริง ศึกษาวิถีของพื้นที่ให้เข้าใจทุกแง่มุม ทุกมิติ อย่ามองเพียงด้านเดียว ที่สำคัญต้องรู้จักเรียนรู้จากผู้รู้ตัวจริงในศาสตร์ด้านนั้นๆ เพื่อให้ตัวเราเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้
ดังนั้นสิ่งแรกที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ อ.ปะนาเระ นายอำเภอคนนี้จึงเน้นเข้าหาผู้นำศาสนาทุกศาสนา เข้าถึงผู้นำชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำทางธรรมชาติ เพื่อรับฟังและรับรู้ถึงข้อเท็จจริงทางกายภาพของพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าใจสภาพความเป็นจริงของชุมชนมากที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดนั่นเอง
ดังนั้นการปฏิบัติงานของนายอำเภออาสารายนี้ จึงต้องเป็นไปอย่างรัดกุม และไม่ประมาท แต่ก็ยังเคยผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาแล้วหลายครา
ดังนั้นการปฏิบัติงานของนายอำเภออาสารายนี้ จึงต้องเป็นไปอย่างรัดกุม และไม่ประมาท แต่ก็ยังเคยผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาแล้วหลายครา
เหตุการณ์ระทึกขวัญที่ยังคงอยู่ในความทรงจำมากที่สุด คือ การรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ โดยย้อนเหตุการณ์กลับไปใน พ.ศ.๒๕๔๙ ซึ่งภายหลังได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ลอบยิงทหารจำนวน ๔ นาย ที่บริเวณแยกบ้านกลาง จึงรุดเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งในสถานที่ดังกล่าวทราบภายหลังว่า แนวร่วมได้ซุกซ่อนวัตถุระเบิดเอาไว้ และคนร้ายได้พยายามกดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ระเบิดไม่ทำงาน
“จุดที่ผมไปตรวจสอบพบว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่ไม่ห่าง และเมื่อทำการเก็บกู้พบว่าคนร้ายได้พยายามกดชนวนจากโทรศัพท์ถึง ๓ ครั้ง แต่แผงวงจรทำงานผิดพลาดจึงไม่เกิดเหตุระเบิดขึ้นในวันนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เพราะเมื่อตรวจสอบจากซิมการ์ดโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมาได้พบว่า มีการกดระเบิดซ้ำถึง ๓ หนจริงๆ” นายอำเภอธรรมรงค์ กล่าวย้ำ
จากเหตุการณ์ทั้ง ๓ ครั้ง ทำให้ นายอำเภอธรรมรงค์ เชื่ออย่างสนิทใจว่าเหตุที่ไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในคราวนั้น เป็นเพราะผลบุญและกุศลกรรมที่ทำไว้ เพราะนับตั้งแต่รับราชการได้ตั้งใจต่อหน้าพระว่าจะอุทิศตนเพื่อประชาชน ให้สมกับการได้ทำหน้าที่สมฐานะข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้ยังมีลมหายใจจนสามารถอยู่ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนมาจวบจนทุกวันนี้ได้
นอกจากนี้ยังเชื่อด้วยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงศรัทธาในพระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ซึ่งเป็นพระใหม่ เนื่องจากพระเก่ามีค่านิยมสูงเกินกว่าจะเช่าบูชาได้ แต่เชื่อมั่นว่าหากเป็นพระหลวงพ่อทวด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน วัดใดสร้าง ก็มีความศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างกัน แขวนแล้วสามารถคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยเหมือนกัน รวมทั้งเหรียญอาจารย์คง วัดคลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งแขวนติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะได้อาศัยข้าวก้นบาตรของวัดแห่งนี้มาก่อน ดังนั้นจึงมีความผูกพันมาตั้งแต่วัยเยาว์เป็นพิเศษ
ไม่เพียงเท่านั้น นายอำเภอปะนาเระ คนนี้ยังเคารพศรัทธาหลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย จึงมักจะแวะเวียนไปกราบนมัสการอยู่เสมอ เนื่องจากวัดมีที่ตั้งไม่ห่างไกลนักจากที่ว่าการอำเภอ ที่สำคัญนอกจากท่านเป็นพระที่มีความเมตตาสูงแล้ว ท่านมักจะมีคำสอนพร้อมทั้งหลักธรรมที่ดีในการนำไปใช้แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามที่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ยังอยู่ในภาวะไม่ปกติอยู่เสมอ จนนำไปสู่โครงการ “เยาวชนสันติสุข” และ “สตรีสันติสุขประจำหมู่บ้าน” เพื่อสร้างสันติให้แก่ชุมชน
เมื่อถามถึงหลักในการทำงานและครองใจคน นายอำเภอธรรมรงค์ บอกว่า หลักสำคัญที่ทำให้สามารถทำงานในพื้นที่แห่งนี้ได้ดีคือ “ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน มีวินัย” เพราะทั้งหมดจะทำให้สามารถอยู่ในกรอบของข้าราชการที่ดี
นอกจากนี้ท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติ ยังต้องรู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้ตามหลังฝ่ายตรงข้าม ที่สำคัญต้องใส่ใจในมิติทางวัฒนธรรม เพื่อรวมพลังชาวบ้านในการดึงสิ่งดีงามออกมานำเสนอให้ปรากฏ
วันนี้ที่อำเภอปะนาเระ จึงมีการส่งเสริมพี่น้องมลายูมุสลิม ในการแสดงอนาซีด ดีเกฮูลู จนสามารถก่อตั้งคณะศิษย์ชาวเล
ส่วนพี่น้องไทยพุทธ ได้มีการส่งเสริมการรำมโนราห์ และหนังตะลุง ด้วยการผลักดันให้มีศูนย์อนุรักษ์ศิลปะการแสดงหนังตะลุง อ.ปะนาเระ และนายอำเภอท่านนี้ยังทำหน้าที่เป็น “นายหนังตะลุง” ด้วยตัวเองอีกด้วย โดยมีคณะหนังตะลุงชื่อว่า “คณะธรรมรงค์ ตะลุงศิลป์” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวบ้านในพื้นที่นี้ ยิ่งไปกว่านั้นการส่งเสริมศิลปะท้องถิ่นและวัฒนธรรมพื้นที่บ้าน ทำให้อำเภอแห่งนี้มีการรวมกลุ่มตั้งวงกลองยาวมากถึง ๒๑ วง ซึ่งทุกวงสามารถตระเวนออกรับงานมงคลทั่วพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในยามที่สถานการณ์ยังเต็มไปด้วยความไม่ปกติเช่นนี้
"เพื่อเอาชนะปัญหาความไม่สงบให้ได้ นายอำเภอต้องเป็นแบบอย่างของข้าราชการบนที่ว่าการอำเภอ ไม่ว่าจะกวาดขยะ เปิดประตู หน้าต่าง โดยเฉพาะงานด้านบริการประชาชน ต้องสามารถทำได้ โดยต้องท่องให้ขึ้นใจว่า คำว่าไม่ได้ไม่มี หากเรื่องไหนทำไม่ได้ ต้องมีคำตอบและคำชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน" นายอำเภอธรรมรงค์ กล่าวทิ้งท้าย
"เหตุที่ไม่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในคราวนั้น เป็นเพราะผลบุญและกุศลกรรมที่ทำไว้ เพราะนับตั้งแต่รับราชการ ได้ตั้งใจต่อหน้าพระว่าจะอุทิศตนเพื่อประชาชนให้สมกับการได้ทำหน้าที่สมฐานะข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
เรื่อง / ภาพ สุพิชฌาย์ รัตนะ
คอลัมน์ รอบด้านวงการพระโอ้อวดใครก็ไม่ใช่ มันรู้เรื่องอยู่มันรู้เรื่องราวอยู่อย่างนั้น เราก็สบายของเรา ยิ้มอยู่แค่นั้น ใครจะว่าอะไรก็ยิ้ม จิตจะอยู่เหนือโลก เหนือธรรม ไม่หวั่นไหวกับโลกธรรมทั้งหลาย ขอให้ทำไปเถิดอย่าได้โอ้อวดตกใจ ดีใจ ภูมิใจ มันจะเป็นวิปลาส" สาระธรรมมงคล หลวงปู่ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน จ.เลย... วัตถุมงคลแห่งสิริมงคลที่ควรค่าแก่การบูชา "พระพุทธนวราชบพิตร หลังพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ" พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง และพระราชทานไฟพระฤกษ์เพื่อเชิญไปจุดเทียนชัยมหามงคล ในพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดตรีทศเทพ ในวันอังคารที่ 15 ก.พ. 2554 เวลา 06.54 น. วัตถุประสงค์เพื่อมอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาสร้างวัด และโรงเรียนในโครงการคณะสงฆ์ธรรมยุต จ.พระนครศรีอยุธยา และบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะ และศาสนวัตถุวัดตรีทศเทพ... รูปแบบมีเหรียญเนื้อทองคำ เนื้อนวโลหะ เนื้อเงิน เนื้อทองแดงขัดเงา และพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ ร่วมบุญสั่งจองได้ถึงวันที่ 25 มี.ค. 2554 ที่ศาลาอเนกประสงค์ชั้นล่าง วัดตรีทศเทพ, ธนาคารออมสิน สาขา ประจำจังหวัดทั่วประเทศ และศูนย์พระเครื่องชั้นนำทั่วประเทศ
พระพุทธนวราชบพิตร พระดีที่ถูกซ่อนเร้น
พระชุดนี้ถือเป็นสุดยอดพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่ง โดยส่วนตัวผมถือว่าพระชุดนี้เป็นพระเครื่องแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยแท้ครับ พระเครื่องชุดนี้ได้รวบรวมสิ่งอันเป็นมหามงคลวาร อันหาใดเปรียบได้ กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ โปรดเกล้าฯ ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้หล่อพระพุทธนวราชบพิตร เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดตรีทศเทพฯ รวมถึงพระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร อย่างละ 999 องค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็น “นวราชบพิตร” ซึ่งถือเป็นพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ดังนั้นพระนามของพระชุดนี้จึงถือเป็นสิ่งมงคลยิ่งอีกประการหนึ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้ง สมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเททองหล่อพระพุทธนวราชบพิตร พระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2530
หล่อในมหามงคลสมัยอันเป็นมิ่งมงคลยิ่ง ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบพระนักษัตร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์
ชนวนสำคัญที่ใช้ในการหล่อพระชุดนี้ ประกอบด้วย ชนวนพระพุทธนวราชบพิตร ปี 2509 (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่ให้สร้างขึ้น เพื่อประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดต่างๆ) , ชนวนพระกริ่งปวเรศ (รุ่นแรก), ผงสมเด็จจิตรลดา, เส้นพระเกศาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ทองคำ, เงิน, นาก และเครื่องยศของนายทหาร ตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมในพิธีฯ
สมเด็จพระสังฆราช (วาส), สมเด็จพระญาณสังวร (สมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบัน), พระวัชรธรรมาภรณ์ (เจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพวรวิหาร) และคณะสงฆ์ ได้เข้าร่วมพิธีมหามงคลนี้
พระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตรได้รับพิธีพุทธาภิเษก 3 แห่ง ณ วัดตรีทศเทพวรวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ขนาดรูปทรง และประเภทของเนื้อโลหะ
พระพุทธนวราชบพิตร มีพุทธลักษณ์เช่นเดียวกับพระพุทธนวราชบพิตร ปี 2509 ส่วนพระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร ได้นำแบบของพระกริ่งวัดตรีทศเทพฯ ปี 2491 และพระกริ่งวัดสุทัศน์ มาปรับปรุงแบบให้ได้พุทธลักษณ์ที่งดงามและคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะของวัดตรีทศเทพฯ
- พุทธนวราชบพิตร ขนาดหน้าพระเพลา 61 x 9 นิ้ว ส่วนสูง 89 นิ้ว พระรัศมี 14 นิ้ว ฐานถึงบัว 19 นิ้ว ส่วนกว้าง 72 นิ้ว
- พระกริ่งนวราชบพิตร ฐานกว้าง 1.9 ซม. สูง 3.3 ซม. ใต้ฐานคว้านใหญ่แล้วบรรจุผงพระสมเด็จจิตรลดา เส้นพระเกศาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เส้นเกศาพระเจ้าฯ) และบรรจุเม็ดกริ่งลงไป ตอกปิดด้วยแผ่นโลหะ มีการตอกโค๊ดตัวอุ ที่ฐานด้านหลังองค์พระ
- พระชัยวัฒน์นวราชบพิตร ฐานกว้าง 1 ซม. สูง 1.8 ซม. ตอกโค๊ตตัวอุ ใต้ฐาน (เท่าที่พบเห็นไม่มีการอุดกริ่งใดๆ)
- ลักษณะกล่องที่บรรจุ พระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร เป็นกล่องกำมะหยี่ มีน้ำเงินมีตรา ภปร. (คล้ายกล่องบรรจุพระกริ่งปวเรศ ปี 2530) มีข้อความจารึกไว้ที่ฝากล่องด้านในว่า
“พระกริ่ง พระชัยวัฒน์
นวราชบพิตร
วัดตรีทศเทพวรวิหาร
มหามงคลวาร
เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบนักษัตร
5 ธันวาคม 2530”
พระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร หล่ออย่างละ 999 องค์ (ไม่มีการหล่อเผื่อเสียและทำลายเบ้าทิ้งทั้งหมด) พระชุดนี้แบ่งออกเป็น 2 เนื้อ (อย่างละใกล้เคียงกัน) คือ เนื้อนวโลหะ (กลับดำคล้ายพระกริ่งปวเรศ) และเนื้อทองล่ำอู่ (กลับน้ำตาลอมแดง คล้ายพระพุทธนวราชบพิตร ปี 2509) ทั้งนี้ในจำนวนพระกริ่งที่หล่อทั้งหมด มีอยู่ประมาณ 99 องค์ ได้ทาชาดแดงไว้ที่ใต้ฐานองค์พระกริ่ง
การครอบครองและการเช่าบูชา
- สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลในการหล่อพระพุทธนวราชบพิตร พระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร จำนวน 10 ราย (ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลในตระกูล “นพวงษ์” โดยบริจาครายละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท) ได้รับพระราชทานพระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร จำนวน 1 ชุด
- พระราชทานให้กับผู้มีจิตศรัทธาที่ถวายเงินทำบุญ (ทอดกฐิน-ผ้าป่า)ให้กับวัดตรีทศเทพฯ
- ทางวัดตรีทศเทพฯ ให้ผู้มีจิตศรัทธาเช่าบูชา ชุดละ 20,000 บาท ซึ่งเมื่อดำเนินการได้ไม่นานนัก พระวัชรธรรมาภรณ์ (เจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพวรวิหาร) ได้ถึงแก่มรณภาพลง ทำให้หยุดการให้เช่าบูชาพระชุดนี้ (ตามรายชื่อผู้มีจิตศรัทธา มีประมาณ 200 ราย ที่ได้เช่าบูชาพระชุดนี้ไป) ดังนั้นพระชุดนี้จึงพบเห็นน้อย และส่วนใหญ่จะอยู่นายทหาร ตำรวจชั้นผู้ใหญ่
หมายเหตุ ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ จากสูจิบัตร พระพุทธนวราชบพิตร และสอบถามข้อมูลจากผู้เข้าร่วมในพิธีฯพระกริ่งและพระชัยวัฒน์นวราชบพิตร วัดตรีทศเทพวรวิหาร พ.ศ. 2530
| เหรียญพระพุทธนวราชบพิตร ภ.ป.ร. วัดตรีทศเทพฯ.เนื้อทองแดงนอก |
พระใหม่ที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเป็นการจัดสร้างโดยพระบรมราชานุญาติจัดสร้างเช่นกันคือเหรียญพระพุทธนวราชบพิตร ภ.ป.ร. วัดตรีทศเทพฯ.ซึ่งวันที่15 ก.พ.54ที่ผ่านมานี้ มีพิธีพุทธาภิเษกโดยได้รับพระราชทานไฟพระฤกษ์ในการจุดเทียนชัย.....
ตอนนี้พระ เนื้อทองคำหมดเกลี้ยงตามด้วยเนื้อนวโลหะเพิ่งหมดไปคนที่ไปรอดีใจกันใหญ่ถ้าไม่รีบจองนะ ไม่แน่เนื้อทองแดงอาจหมดไม่มีเหลือเพราะตอนพิธีหลอมพระเนื้อทองแดงผลปรากฏว่าชนวนมวลสารที่ใช้หล่อ(ใช้ชนวนมวลสารพระกริ่ง-พระชัยปี2530)"ไม่ละลาย"ต้องทำการอัญเชิญพระยันต์ของพระเกจิอาจารย์ใส่เข้าไปมวลสารจึงละลายถึงละลายสนใจโทรสอบถามได้ที่โทร02-821-3003,089-8722701
ที่มา:นสพ ไทยรัฐ
- ข่าวไทยรัฐออนไลน์-
วัดตรีฯเสก...พุทธนวราชบพิตร ฟ้าเปิดช่อง
...ให้เทพรับมงคลพิธี

วัดตรีฯเสก...พุทธนวราชบพิตร ฟ้าเปิดช่อง
...ให้เทพรับมงคลพิธี
พระพุทธนวราชบพิตร องค์พระประธานในพระอุโบสถ.
การบุญยกช่อฟ้า...พระอุโบสวัด(เดิมชื่อถนนเทวียุรยาตร) แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม.อันเป็น..การร่วมศรัทธาของพระเถรานุเถระ และ พสกนิกร แห่งพุทธบริษัท เมื่อศาสนสถาน สัมฤทธิ์ สำเร็จครบสิ้นสมบูรณ์.....ซึ่งการ ยกช่อฟ้าพระอารามหลวงอันหา กระทำได้ยากยิ่ง พสกนิกรทั่วหล้าจึง ขอให้อานิสงส์ผลบุญส่งแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐทุกพระองค์ จงทรงพระเจริญ ได้ ประสบสิริสวัสดิ์ พิพัฒน์มงคลชัย รวมทั้ง....ผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจพิธีทั้งหลาย ได้ผลบุญกันอย่างถ้วนทั่ว "เหรียญพระพุทธนวราชบพิตรด้านหลังมีอักษรพระปรมาภิไธย." เหรียญพระพุทธนวราชบพิตรด้านหลังมีอักษรพระปรมาภิไธย.
ช่อฟ้า...ถือเป็นของสูง ด้วยนอกจากจะอยู่สูงสุด เหนือองค์ ประกอบใดๆในทางสถาปัตยกรรมแล้ว ยังเป็น เครื่องหมายแห่งการ ครบองค์ประกอบทางอาคารสำคัญของศาสนา เพราะหากยังทำ โครงสร้างอื่นๆไม่เสร็จ....จะทำการยกช่อฟ้าไม่ได้นอกจากนั้น...ด้วยลักษณะแห่งการ เป็นหางพญานาค อันเป็นเครื่องหมายของการปกป้องคุ้มครองและขับไล่หมู่มารพระศาสนา การบุญยกช่อฟ้า...เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ และศักดิ์สิทธิ์
ย้อนหลังอดีตสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว...พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร กราบ บังคมทูล ขอสร้างวัด ใกล้ กับวังของพระองค์...ทรงกะพื้นที่ด้วยการโปรยเงินไปทั่วบริเวณที่ทรงต้องการ เหล่าไพร่ฟ้าจึงแผ้วถางป่านั้นจนเตียนโล่ง เพื่อเก็บหาเงินอันเป็นกุศโลบายในการจ่ายค่าแรง การสร้างวัด เริ่มไปไม่มากนั้น ในปี 2404 พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จึงโปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส ดำเนินการสร้างสืบต่อ ซึ่งได้กำหนดทำกำแพง ขุดคลองรอบ ทำรากพระอุโบสถ พระวิหาร เจดีย์ แต่ ยังไม่แล้วเสร็จปี 2410 ก็สิ้นพระชนม์ ไป อีกพระองค์
พระอุโบสถหลังใหม่ของวัดตรีทศเทพ.
"สมเด็จพระวันรัตจุดธูปบูชาเทพยดา."
"ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมพิธีกรรม. ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมพิธีกรรม.
"พระสงฆ์ที่ประกอบพิธีกรรมในพระอุโบสถ." พระสงฆ์ที่ประกอบพิธีกรรมในพระอุโบสถ.
ด้วยที่เป็นวัดเก่าแก่ มีอายุนานนับศตวรรษ วัด ตรีทศเทพได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ สืบต่อหลายครั้ง โดย พระเทพวัชรธรรมาภรณ์ (อดีตเจ้าอาวาส) เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2518กระทั่ง...ปี 2529 จึงก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นอาคารทรงไทยตรีมุข ในการนี้ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จฯประกอบพิธี วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม...และ ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้หล่อ พระพุทธนวราชบพิตร เพื่อประดิษฐานเป็น องค์พระประธานในพระอุโบสถหลังใหม่ ขนาดหน้าพระเพลา 61 + 9 นิ้ว สูง 89 นิ้ว พระรัศมี 14 นิ้ว ฐานถึงบัง 19 นิ้ว ด้วยพระมหากรุณาธิคุณฯ...พระองค์เสด็จพระ ราชดำเนินเททอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2530...นับเป็นแห่งเดียวในสยามประเทศ ที่มีพระพุทธนวราชบพิตร องค์ใหญ่เป็นพระประธานและ....สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯพระราชทานทรัพย์ 5 ล้านบาท เป็นทุนให้ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ กำกับออกแบบ และเขียน ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ
ล่วงเข้าสู่ศักราช 2554 อันเป็นเป็น ปีมหามงคล ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนม พรรษา 7 รอบ 84 พรรษา คณะสงฆ์วัดตรีทศเทพและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างมีความ ปลาบปลื้มปีติและ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นพร้อมทั้ง พระอุโบสถก็แล้วเสร็จสมบูรณ์... สมเด็จพระวันรัต รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ ได้ ขอพระราชทานสร้างเหรียญและพระพิมพ์พระพุทธนวราชบพิตร โดยจำลองแบบจากพระประธานในพระอุโบสถ....เพื่อมอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกิจในการสร้างพระอุโบสถ และ ยกช่อฟ้า สำหรับ....พระพิมพ์พระพุทธนวราชบพิตรส่วนหนึ่ง จะนำบรรจุไว้ในพระเจดีย์วัดตรีทศเทพ...เป็นมรดกของแผ่นดินเพื่อชนรุ่นหลัง พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว...ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาต และ ให้อัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ภายใต้ พระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานด้านหลัง เหรียญ กับ พระพิมพ์...รุ่นนี้ และ...พระราชทานไฟพระฤกษ์ เพื่อจุดเทียนชัยมหามงคล ใน พิธีมหาพุทธาภิเษกฯ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 ...ช่วงที่จัด มงคลพิธีได้ เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ขึ้นหลายครั้งเป็น ที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ตั้งแต่เช้าซึ่งเกิด ฝนหลงฤดู ตกอย่างแรง พอ เริ่มบวงสรวงเทพยดา ฟ้าก็สว่างโร่ เมฆหมอกก็ลอยหนีไป เปิดช่องให้เทพฯผู้สร้างศาสนสถาน แห่งนี้ซึ่ง สถิตบนสรวง ได้รับทราบถึง พระมหากรุณาธิคุณของ กษัตริย์แห่งแผ่นดินสยามที่ได้แผ่พลังบารมี ให้ วัดตรีฯมีพระอุโบสถที่งดงาม
ร่วมบุญบูรณะวัดตรีทศเทพ
![]() |
| เหรียญทองแดงชุบทองสามกษัตริย์ |
คมชัดลึก : วัดตรีทศเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อน พ.ศ.๒๔๐๕ ซึ่งเป็นปีสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร ผู้ริเริ่มสร้าง ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส ผู้เป็นพระเชษฐาได้สร้างต่อ ก่อนจะสำเร็จสมบูรณ์โดยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ ผู้เป็นพระราชบิดาของทั้งสองพระองค์ จึงมีการให้ความหมายนามวัดคือ เทวบุตรสามพระองค์ร่วมกันสร้างจนสำเร็จ
ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ พระเทพวัชรธรรมาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ ได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ พระอารามทั้งเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาสเรื่อยมา รวมทั้งพระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่ ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๙ และทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ อีกทั้งยั้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้หล่อพระพุทธนวราชบพิตรเพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถหลังใหม่ และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระประธานพระพุทธนวราชบพิตร เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๐ นับเป็นพระพุทธนวราชบพิตรขนาดพระประธานองค์เดียวในสยามประเทศ
อย่างไรก็ตามใน พ.ศ.๒๕๕๔ ทางวัดได้การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถหลังใหม่ จึงจัดให้มีการบุญยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดตรีทศเทพขึ้น และในคราวนี้ก็ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างเหรียญและพระพิมพ์พระพุทธนวราชบพิตร ด้านหลังอัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐาน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานไฟพระฤกษ์จุดเทียนชัยมหามงคลในพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดตรีทศเทพ เมื่อวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา โดยมีสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหารเป็นประธานเจิมเทียนชัยมหามงคลและเชิญไฟพระฤกษ์พระราชทานจุดเทียนชัยโดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๘ รูป นั่งปรกอธิษฐานจิต
พระนิภากรกิตติพิลาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ ผู้สนองงานสมเด็จพระวันรัต บอกว่า วัตถุประสงค์การจัดสร้างวัตถุมงคลมีดังนี้ ๑.เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ๒.เพื่อมอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนสร้างวัดและโรงเรียนในโครงการคณะสงฆ์ธรรมยุต จ.พระนครศรีอยุธยา ๓.เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและศาสนวัตถุวัดตรีทศเทพ ๔.เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ตามพระราชอัธยาศัย ๕.เพื่อบรรจุในพระเจดีย์วัดตรีทศเทพเป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนา ๖.เพื่อเป็นที่ระลึกในการยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดตรีทศเทพ และ ๗.เพื่อประโยชน์แห่งการพระศาสนาอื่นๆ ทางวัดตรีทศเทพจึงขอเชิญทุกท่านร่วมบุญบริจาคบูชา สั่งจองวัตถุมงคลโดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.๐-๒๒๘๑-๓๐๐๓ และ ๐๘-๙๘๗๒-๒๗๐๑
ชั่วโมงเซียน-พระพุทธนวราชบพิตรพระกริ่งและพระชัยวัฒน์...วัดตรีทศเทพ
คมชัดลึก : เมื่อกล่าวถึง "พระพุทธนวราชบพิตร" นั้น สาธุชนทุกผู้ล้วนรู้จักกันดีว่า เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒๓. ซม. สูง ๔๐ ซม. ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้น เพื่อพระราชทานไปประดิษฐานยังจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ นายช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ปั้นหุ่น ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และทรงพระพุทธลักษณะด้วยพระองค์เอง จนพอพระราชหฤทัยแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เททองหล่อพระพุทธรูป เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๙
พุทธลักษณะขององค์พระนั้น มีความงดงามมาก ที่ฐานบัวหงายทรงบรรจุพระพิมพ์ที่ทรงสร้างด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองไว้ ๑ องค์ ประกอบด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งในพระองค์และจากจังหวัดต่างๆ เรียกขานกันโดยทั่วไปว่า "พระสมเด็จจิตรลดา" บางส่วนโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ข้าราชบริพาร และโปรดให้ปิดทองด้านหลัง อันเป็นความหมายแห่งคำ "ปิดทองหลังพระ" นับเป็นนิมิตหมายแห่งความผูกพันระหว่างองค์พระมหากษัตริยาธิราช กับพสกนิกรของพระองค์ อันไม่เคยมีมาตั้งแต่อดีตจวบปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพุทธนวราชบพิตรให้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด ประดิษฐานไว้ ณ ศาลากลางจังหวัดของทุกจังหวัด และเป็นพระพุทธรูปประจำหน่วยทหาร ประดิษฐานไว้ ณ กองบัญชาการหน่วยทหาร
จังหวัดแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร คือ จ.หนองคาย ซึ่งได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๑๐ ในโอกาสนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่ชาว จ.หนองคาย มีความสำคัญที่ขออัญเชิญมาเฉพาะบางตอน ดังนี้
“...ข้าพเจ้ามาเยี่ยมท่านคราวนี้ ได้นำพระพุทธนวราชบพิตรมามอบให้ด้วย พระพุทธรูปองค์นี้ข้าพเจ้าสร้างขึ้นเพื่อมอบไว้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด ที่ฐานบัวหงายข้าพเจ้าได้บรรจุพระพิมพ์องค์หนึ่ง ซึ่งทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ อันได้มาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร...”
“ขออานุภาพแห่งพระพุทธนวราชบพิตร จงปกปักรักษาท่านให้พ้นจากทุกข์ภัยทุกๆ ประการ บันดาลให้เกิดความสุขสวัสดี มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองในการประกอบอาชีพ และมีความสมัครสมานกัน ในอันที่จะร่วมกันสร้างเสริมความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าให้แก่บ้านเมืองของเราสืบไป”
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ในฐานะองค์มหาบพิตรที่เป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงทำนุบำรุงพระศาสนาในทุกด้าน ดังเช่น วัดตรีทศเทพวรวิหาร ซึ่งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้างพระประธานประจำพระอุโบสถขึ้น เป็นรูปพระพุทธนวราชบพิตร เนื่องจากทางวัดได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม ใน พ.ศ.๒๕๓๐ อันเป็นปีมหามงคลในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๖๐ พรรษา โดยองค์พระประธานพระพุทธนวราชบพิตรวัดตรีทศเทพนั้นมี ขนาดหน้าพระเพลา ๖๑.๙ นิ้ว สูง ๘๙ นิ้ว พระรัศมี ๑๔ นิ้ว ส่วนกว้าง ๓๒ นิ้ว นับเป็นสถานที่แห่งเดียวที่ประดิษฐานพระพุทธรูปในพระองค์
หลังจากพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดสร้างได้ ทางกรรมการวัดจึงดำเนินการออกแบบและปั้นองค์พระประธาน และได้จัดสร้าง "พระกริ่งและพระชัยวัฒน์พุทธนวราชบพิตร" ขึ้นด้วย แล้วนำความขึ้นกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเททองหล่อ "พระพุทธนวราชบพิตร" พระประธานในพระอุโบสถ พร้อมกับพระกริ่งและพระชัยวัฒน์พุทธนวราชบพิตร โดยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาทรงเททองฯ ในวันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๐ มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น เฝ้าฯ รับเสด็จ หลังจากนั้นยังไม่ทันที่จะประกอบพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถหลังใหม่ พระเดชพระคุณพระเทพวัชรธรรมาภรณ์ (สุรพงส์ ฐานวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ ก็มรณภาพเสียก่อน
อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๕๔ นี้ นับเป็นปีมหามงคลเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา กอปรกับการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถหลังใหม่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะประกอบพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระบวรพุทธศาสนาสืบไป คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดตรีทศเทพ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างเหรียญและพระพิมพ์ “พระพุทธนวราชบพิตร” จำลองแบบพระประธานในพระอุโบสถ และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธย “ภปร” ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานด้านหลังเหรียญและพระพิมพ์ดังกล่าว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นอกจากนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ไฟพระฤกษ์” เพื่ออัญเชิญไปจุดเทียนชัยมหามงคลในพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดตรีทศเทพ ในวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๖.๕๔ น. อีกด้วย
เหรียญและพระพิมพ์ “พระพุทธนวราชบพิตร” นี้ นับเป็นเหรียญมหามงคล นอกจากด้านหน้าจะเป็นองค์พระพุทธนวราชบพิตรแล้ว ด้านหลังยังประดิษฐานพระปรมาภิไธย "ภปร" ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ อันหาได้ยากยิ่ง นับเป็นเหรียญและพระพิมพ์ที่มีความงดงามอย่างถึงที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้รับประทานมวลสารจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และมวลสารศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อาทิ ช่อชนวนพระกริ่งพระพุทธนวราชบพิตร วัดตรีทศเทพ ปี ๒๕๓๐ ทองคำเปลวที่ลอกจากองค์พระประธานพระพุทธนวราชบพิตร เป็นต้น โดยจัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองคำ เนื้อนวโลหะ เนื้อเงินแท้ ซึ่งมีการตอกโค้ดและมีหมายเลขกำกับทุกเหรียญ รวมทั้งเนื้อทองแดงขัดเงา และพระพิมพ์ ผงพุทธคุณ ซึ่งตอกโค้ดทุกเหรียญทุกองค์
ด้วยความงดงามตลอดจนความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์พระประธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้าง พระปรมาภิไธย “ภปร” ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เนื้อหามวลสาร ฯลฯ ส่งให้เหรียญและพระพิมพ์ “พระพุทธนวราชบพิตร” เป็นวัตถุมหามงคลอันทรงคุณค่าสูงส่ง โดยวัตถุมงคลรุ่นนี้จัดสร้างจำนวนจำกัด ผู้มีจิตศรัทธาร่วมการกุศลครั้งนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ วัดตรีทศเทพ โทร.๐-๒๒๘๑-๓๐๐๓ และ ๐๘-๙๘๗๒-๒๗๐๑
สุดยอดมหามงคลแห่งปี
คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์
คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์
![]() |
วัดตรีทศเทพวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ตีความตามนามหมายถึง เทพสามพระองค์ได้ร่วมกันสร้างจนวัดนี้สำเร็จขึ้นมาเป็นพระอาราม มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร (พระองค์เจ้าสุประ ดิษฐ์ฯ) เป็นผู้เริ่ม ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมเหศวรวิลาศ ผู้เป็นพระเชษฐา ได้สานต่อ ทั้งสองพระองค์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างให้สมบูรณ์ในเวลาต่อมา และวัดตรีทศเทพนี้จะขึ้นชื่อในด้านการวางผัง เพื่อเป็นตัวอย่างแก่วัดในพระนครอื่นๆ และประการสำคัญคือ พระพุทธนวราชบพิตร พระประธานในพระอุโบสถ จำลองแบบ "พระ พุทธนวราชบพิตร" และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไปยังจังหวัดต่างๆ ในพระราชอาณาจักร และพระองค์เสด็จฯ เททองหล่อขึ้นเป็นพระปฏิมาด้วยพระองค์เองอีกด้วยครับผม
การจัดสร้างพระพุทธนวราชบพิตร พระ พุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าพระเพลา 61.9 นิ้ว สูง 89 นิ้ว พระรัศมี 14 นิ้ว ส่วนกว้าง 32 นิ้ว ซึ่งประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดตรีทศเทพนั้น สืบเนื่องจากอุโบสถหลังเก่าทรุดโทรม วัดตรีทศเทพวรวิหารได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมตำรวจ และการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์อุปถัมภ์ในการดำเนินการสร้าง หลังจากสร้างอุโบสถเสร็จสิ้นทางเจ้าอาวาสและกรรมการวัดจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจำลอง "พระพุทธนวราชบพิตร" ซึ่งประดิษฐานพระพิมพ์จิตรลดาที่ฐาน พระราชทานแก่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สำหรับหล่อเป็นพระประธานในพระอุโบสถ โดยนำมาขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
การจัดสร้างพระพุทธนวราชบพิตร พระ พุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าพระเพลา 61.9 นิ้ว สูง 89 นิ้ว พระรัศมี 14 นิ้ว ส่วนกว้าง 32 นิ้ว ซึ่งประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดตรีทศเทพนั้น สืบเนื่องจากอุโบสถหลังเก่าทรุดโทรม วัดตรีทศเทพวรวิหารได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมตำรวจ และการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์อุปถัมภ์ในการดำเนินการสร้าง หลังจากสร้างอุโบสถเสร็จสิ้นทางเจ้าอาวาสและกรรมการวัดจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจำลอง "พระพุทธนวราชบพิตร" ซึ่งประดิษฐานพระพิมพ์จิตรลดาที่ฐาน พระราชทานแก่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สำหรับหล่อเป็นพระประธานในพระอุโบสถ โดยนำมาขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
![]() |
หลังจากมีพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดสร้างได้ ทางกรรมการวัดจึงได้ดำเนินการออกแบบและปั้นองค์พระประธาน และได้จัดสร้าง "พระกริ่งและพระชัยวัฒน์พุทธนวราชบพิตร" ขึ้นด้วย แล้วนำความขึ้นกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองหล่อ "พระพุทธนวราชบพิตร" พระประธานในพระอุโบสถ พร้อมกับพระกริ่งและพระชัยวัฒน์พุทธนวราชบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเททองฯ ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2530 มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ. ณรงค์ มหานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้นเฝ้าฯ รับเสด็จ
ด้วยความงดงามแห่งองค์พระประธานตลอดจนความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์พระประธาน ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ (84 พรรษา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วัดตรีทศเทพจัดสร้าง "พระพุทธนวราชบพิตร" ด้านหลัง ประ ดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธย "ภ.ป.ร." ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ และพระราชทาน "ไฟพระฤกษ์" เพื่อเชิญไปจุดเทียนชัยมหามงคลในพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดตรีทศเทพ กรุงเทพฯ ในวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 06.54 น.
พระเครื่องและพระพิมพ์ที่มีพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างในครั้งนี้มีความงดงามอย่างถึงที่สุด นับเป็นสุดยอดมหามงคลต้อนรับปีใหม่ ด้วยได้รับประทานมวลสารจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ และมวลสารศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อาทิ ช่อชนวนพระกริ่งพุทธนวราชบพิตร วัดตรีทศเทพ ปี 2530 อันลือลั่น อีกทั้งทองคำเปลวที่ลอกจากองค์พระประธานพระพุทธนวราชบพิตร เป็นต้น

เหรียญพระพุทธนวราชบพิตร ภ.ป.ร. วัดตรีทศเทพฯ.

เข้าสนาม พระใหม่ ซึ่งมีรุ่นใหญ่ๆพิธีดีๆ เปิดตัวรับปีใหม่กันหลายรุ่น เช่าบูชาได้แบบไม่ต้องห่วง อย่างของ วัดตรีทศเทพวรวิหาร ซึ่งได้รับพระราชทาน
พระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง เหรียญ และ พระพิมพ์พระพุทธนวราชบพิตร.....
วัดตรีทศเทพฯ จัดสร้างพระน้อยครั้ง แต่ทุกครั้ง พิธีใหญ่ ทั้งนั้น และเนื่องในโอกาสอันเหมาะสมไม่พร่ำเพรื่อ จึงทำให้มีผู้ศรัทธา อย่างรุ่นนี้ขนาดยังไม่ทัน
ออกข่าว ลงโฆษณาเป็นเรื่องเป็นราว ตอนปีใหม่ก็มีคนไปเช่าบูชาล้นหลามแน่นวัด ทำให้ได้เงินเป็นล้านๆ.....
การจัดสร้างครั้งนี้เป็นพิธีใหญ่มาก โดยมีที่มาจากตอนที่วัดตรีฯสร้างอุโบสถใหม่โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นองค์
อุปถัมภ์ ก็ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จำลอง พระพุทธนวราชบพิตร (ซึ่ง ในหลวง ทรงจัดสร้างพระราชทานทุกจังหวัด โดยมีพระสมเด็จจิตรลดา
ประดิษฐานที่ฐานพระ) มาขยายสร้างเป็น พระประธาน ในอุโบสถใหม่ โดย ในหลวง พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯทรงเททอง เมื่อเดือน ส.ค.2530
ซึ่งตอนนั้นก็มีการจัดสร้าง พระกริ่ง และ พระชัยวัฒน์พุทธนวราชบพิตร 2530 ด้วย ซึ่งดังไปแล้ว.....
มาวันนี้ เนื่องในวโรกาสที่ทรง เจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ วัดตรีฯจึงขอพระบรมราชานุญาตจัดสร้าง วัตถุมงคล พระพุทธนวราช-บพิตร ภ.ป.ร. ขึ้น โดย
ได้รับพระราชทาน ไฟพระฤกษ์ ใน พิธีมหาพุทธาภิเษก ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 15 ก.พ. เวลา 16.54 น. ที่อุโบสถวัดตรีทศเทพฯ.....
ที่มาของการจัดสร้าง จึงเต็มไปด้วยคุณค่าอย่างไม่ต้องกังขา ทำให้ตอนปีใหม่ ซึ่งยังไม่ทันโฆษณาบอกข่าวการจัดสร้างเป็นเรื่องเป็นราว คนที่รู้ข่าว
ภายในก็ไปบูชากันแน่น ทำให้วัดได้เงินวันละเป็นล้าน--บูชาได้ที่วัดตรีทศเทพฯ 0-2281-3003 และ
08-9872-2701 หรือศูนย์พระชั้นนำทั่วประเทศ.....
08-9872-2701 หรือศูนย์พระชั้นนำทั่วประเทศ.....
.jpg)
บุญแห่งการยกช่อฟ้า
![]() |
| "ช่อฟ้า พระอุโบสถ" |
![]() |
| พระอุโบสถ |
"ช่อฟ้า" ตีความตามนามหมายถึง ช่อหรือกิ่งที่ยื่นขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งความจริงแล้วช่อฟ้ามีวิวัฒนาการและอยู่คู่กับดินแดนในอุษาคเนย์มายาวนาน ส่วนที่เรียกกันว่าช่อฟ้านั้นคือ ช่อที่ยื่นขึ้นไปเหนือเครื่องลำยองอันหมายถึง รวยระกา ใบระกา หางหงส์ ที่ประกอบติดกันบนหน้าบันทั้งสองด้านของอาคารสถาปัตยกรรมไทย พูดง่ายๆ ว่า หากยืนอยู่หน้าพระอุโบสถแล้วมองขึ้นไป ก็จะเห็นส่วนที่เป็นกิ่งหรือช่อสูงสุดอยู่กิ่งหนึ่งบนหน้าบัน นั่นแหละเขาเรียกว่า "ช่อฟ้า"
วิวัฒนาการของช่อฟ้านั้นมีมายาวนาน เข้าใจว่าผู้คนในดินแดนอุษาคเนย์นิยมประดับประดาให้มีส่วนยื่นเลยหลังคา เช่น การนำเขาควายบ้าง นำไม้มาไขว้กันบ้าง ในลักษณะที่ทางเหนือเรียกว่า "กาแล" โดยเชื่อว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเก่งกล้าในการล่าสัตว์ หรือมีความเชื่อว่าจะไล่ นกแสก กา หรือนกเค้าแมว ที่ถือว่าไม่เป็นมงคลเพราะเป็นพาหนะของยมทูต เมื่อเกาะบ้านใดเท่ากับมียมทูตมารับตัวไป คนโบราณจึงนำปีกไม้ใหญ่ๆ มาไขว้กันให้นกเหล่านี้เข้าใจผิดว่าเป็นเหยี่ยวหรืออินทรี จะไม่กล้ามาใกล้ อันเป็นความหมายว่า เมื่อนกกาแลเห็นจะเกิดความกลัว นอกจากนี้ยังสันนิษฐานได้อีกว่า กาแลทางเหนือนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่รับมาเมื่อครั้งพม่าครองเมืองเหนือหมายถึงเรือนใดที่ติดกาแลจะได้รับการยกเว้นภาษีจากทางพม่า
สำหรับภาคกลาง ไม่นิยมนำเขาสัตว์หรือติดเหนือจั่วแบบกาแล หากแต่จะทำเป็นกิ่งหรือช่อยื่นขึ้นไปอันเดียว ส่วนใหญ่มักจะพบในอาคารสถา ปัตยกรรมชั้นสูง ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้านายพระบรมวงศานุวงศ์และองค์พระมหากษัตริยาธิราช นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ช่อฟ้า" แต่จะปรากฏในหลายรูปหลายลักษณะ เช่น ช่อฟ้าปากนก ช่อฟ้าหางปลาไหล ช่อฟ้าปากปลา หรือทำเป็นรูปเทวดา นางฟ้าอยู่เหนือจั่วเหนือหน้าบัน ก็เรียกว่า "ช่อฟ้า" เช่นกัน บ้างก็นิยมติดกระดิ่งรูปใบโพธิ์เข้าไปเพื่อให้ได้ประโยชน์ดั้งเดิม คือไล่นกกาที่จะมาถ่ายรดหลังคา หรือไล่นกอัปมงคลก็ได้เช่นกัน
คนโบราณถือว่า "ช่อฟ้า" เป็นสิ่งสูงสุดมองด้านข้างไกลๆ คล้ายรูปพนมสักการะทวยเทพและพระพุทธองค์บนสรวงสวรรค์ บ้างทำเป็นปลายหางพญานาคแล้วให้เลื้อยลงไปสองฟากข้างกลายเป็นรวยระกา มีครีบนาคเป็นใบระกา เมื่อขดลำตัวเกาะแปไว้จะเรียกว่า นาคสะดุ้ง หรืองวงไอยรา และผงกหัวนาคขึ้นเป็นหางหงส์ตรงเชิงชาย แต่ถ้าบิดหัวนาคให้ตรงกับทางเดินจะเรียกว่า นาคเบือน สาเหตุที่นิยมทำเป็นรูปนาค เนื่องจากคติที่ว่าพญานาคเป็นผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนามาทุกยุคทุกสมัย
"พิธีการยกช่อฟ้า" ถือว่าเป็นพิธีสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการยกส่วนบนสุดของอาคารศาสนสถานหรือพระราชวัง มีคติความเชื่อว่า หากใครได้ร่วมบุญยกช่อฟ้าแล้วนับเป็นกุศลมหากุศลอย่างยากจะหาใดเท่าเทียมได้ เนื่องจากเป็นส่วนสูงสุดของอาคาร และถือว่าเป็นการทำองค์ประกอบแห่งอาคารให้สมบูรณ์
ในโอกาสรับปีใหม่นี้ก็เลยอยากจะบอกบุญมหาบุญในการร่วมกันประกอบกุศลกรรมอันยิ่งใหญ่แห่งการยกช่อฟ้ามายังสาธุชนทุกท่าน ด้วยหาโอกาสดีๆ อย่างนี้ได้ยากเหลือเกิน เหตุที่จะได้ช่วยกันร่วมบุญก็เนื่องมาจากว่า วัดตรีทศเทพวรวิหาร อันเป็นวัดหลวง ใน กทม. ได้ก่อสร้างพระอุโบสถแทนหลังเก่า
พระอุโบสถหลังนี้ พระเดชพระคุณพระเทพวัชรธรรมาภรณ์ (สุรพงส์ ฐานวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ รูปที่ 8 ได้ดำเนินการก่อสร้างแทนหลังเก่าในที่เดิม เมื่อปี พ.ศ.2529 โดยสร้างเป็นอาคารทรงไทยตรีมุข ก่ออิฐถือปูนประดับช่อฟ้าใบระกาหางหงส์และปิดทอง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2529 ขณะนี้การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถหลังใหม่ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว และจะประกอบพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองงอกงามไพบูลย์แห่งพระพุทธศาสนา
โดยจะได้อัญเชิญเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ระดับสูงมาประกอบพิธียกช่อฟ้า และเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมบุญ ทางวัดตรีทศเทพได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง "เหรียญและพระผงพุทธคุณพระพุทธนวราชบพิตร" และโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เชิญพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ประดิษฐานด้านหลังองค์พระ รวมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไฟพระฤกษ์ให้เชิญมาจุดเทียนชัยในพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดตรีทศเทพ ในวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 16.45 น.
สอบถามรายละเอียดที่โทร.0-2281-3003 และ 08-9872-2701 ครับผม
ที่มา:คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง




















